เกียร์นั้น เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญมากๆต่อการขับขี่รถยนต์ เพราะเป็นตัวขับเคลื่อนตัวรถยนต์ตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากเกิดการสึกหรอหรือฝืด ก็จะทำให้รถนั้นมีการขับขี่ที่ยากลำบาก เพราะเกียร์พัง จะทำให้รถนั้นไม่สามารถขับออกไปได้เลย ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องบำรุงรักษาตามระยะนั้น ก็คือ น้ำมันเกียร์นั้นเอง

คุณสมบัติของน้ำมันเกียร์
- ลดการกัดกร่อน และ การเป็นสนิม จากชิ้นส่วนภายในเกียร์รถยนต์ได้
- ชะล้างเศษโลหะ เศษสิ่งสกปรก ที่ติดอยู่ในฟันเฟืองของเกียร์ ที่จะทำให้เกิดการติดขัดได้
- ลดเสียงดังในการเข้าเกียร์ ถ้าหากเกียร์มีอาการส่งเสียงดังขณะเข้าเกียร์นั้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เกียร์เริ่มฝืดแล้ว
- ลดการสึกหรอของภายในระบบเกียร์
ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ทั้ง ธรรมดา และ ออโต้
- เกียร์ธรรมดา ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ถ้าหากมีการขับรถลุยน้ำ ลุยฝนด้วย ก็อาจจะเปลี่ยนถ่ายมากกว่า 1 ครั้ง ใน1ปี เพราะฝนนั้นจะเป็นตัวนำพาความชื้นต่างๆมาทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพ
- เกียร์ออโต้ ทั่วไปแล้วจะต้องเปลี่ยนถ่ายในทุกๆ 3-4 หมื่นกิโลเมตร แต่ส่วนใหญ่คนขับเกียร์ออโต้มักจะกระจุกอยู่ในเขตเมืองกรุง ที่ต้องเปลี่ยนเข้าเกียร์บ่อยๆ การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์นั้น ควรจะเปลี่ยนอยู่ที่ 1-2 หมื่น กิโลเมตร หรือ ประมาณ 1 ครั้งค่อปี

การสังเกตสีของน้ำมันเกียร์
ก่อนจะเดินทาง เราก็จะต้องตรวจสภาพรถยนต์ทุกครั้งอยู่เป็นประจำ โดยในส่วนของน้ำมันเกีบร์นั้น เราสามารถเช็คได้ง่ายมาก เพราะถ้าหากสีของน้ำมันเกียร์เป็นสีแดง หรือ สีเหลืองใส แสดงว่า ยังดีอยู่ แต่ถ้าหากมีสีดำ คล้ำ หรือน้ำตาล แสดงว่าจะต้องเปลี่ยนแล้วละ
ใช้น้ำมันเกียร์ยี่ห้ออะไรดี
ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ มีหลากหลายผู้ผลิตที่ผลิตน้ำมันเกียร์ออกมา และ มีเทคโนโลยีใหม่ๆในการบำรุงรักษาเกียร์ของรถยนต์ ซึ่งจะแตกต่างออกไปกันตามสูตรในแต่ละยี่ห้อ ทั้งนี่นั้น น้ำมันเกียร์ที่เหมาะที่สุดคงหนีไม่พ้น น้ำมันเกียร์ของศูนย์บริการของแต่ละแบรนด์ของรถยนต์นั้นๆ ด้วยที่ ราคาประหยัดกว่าและตรงรุ่น ซึ่งจะดูเหมาะสมที่สุดครับ
ที่มา: www.thairentecocar.com
