ค้นหา
ขนส่งทางเรือไปแต่ละประเทศ ใช้เวลากี่วัน เช็คก่อนวางแผนส่งออก

ขนส่งทางเรือไปแต่ละประเทศ ใช้เวลากี่วัน เช็คก่อนวางแผนส่งออก

สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก การรู้ ระยะเวลาขนส่งทางเรือ ไปยังประเทศปลายทางเป็นข้อมูลสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการวางแผนการผลิต การบริหารสต๊อกสินค้า และการส่งมอบให้ทันตามกำหนด หลายคนมักสงสัยว่า ขนส่งทางเรือใช้เวลากี่วัน กว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าปลายทาง ซึ่งคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเส้นทางเดินเรือ ท่าเรือต้นทางและปลายทาง รวมถึงสายเรือที่ให้บริการ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจระยะเวลาขนส่งทางทะเลไปยังประเทศยอดนิยม พร้อมปัจจัยที่ควรรู้ก่อนวางแผนส่งออก

ระยะเวลาขนส่งทางเรือไปประเทศยอดนิยม


ระยะเวลาขนส่งทางเรือ หรือ Transit Time ที่ระบุด้านล่างนี้เป็นค่าเฉลี่ยโดยประมาณ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามสายเรือที่เลือกใช้ เส้นทางเดินเรือ ท่าเรือต้นทางและปลายทาง รวมถึงจำนวนครั้งที่ต้องเปลี่ยนเรือระหว่างทาง ผู้ประกอบการจึงควรใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการวางแผน มากกว่าการยึดเป็นตัวเลขตายตัวเปลี่ยนเรือระหว่างทาง ผู้ประกอบการจึงควรใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการวางแผน มากกว่าการยึดเป็นตัวเลขตายตัว

Transit Time
*หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นระยะเวลาโดยประมาณ (Port-to-Port) ไม่รวมระยะเวลาพิธีการศุลกากรและการขนส่งภายในประเทศปลายทาง โดยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสายเรือ ท่าเรือต้นทาง-ปลายทาง เส้นทางที่เลือกใช้ และการเปลี่ยนเรือระหว่างทาง เช่น เส้นทางไปสหรัฐอเมริกาและยุโรปมักมีการ Transshipment ผ่านสิงคโปร์หรือท่าเรือฮับอื่น ซึ่งอาจทำให้ระยะเวลาเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าเส้นทางในภูมิภาคเอเชีย
Transit Time

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาขนส่งทางเรือ

การขนส่งทางทะเลมีตัวแปรหลายอย่างที่ทำให้ระยะเวลาจริงคลาดเคลื่อนจากค่าเฉลี่ยได้ ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณา ได้แก่
  • ประเทศปลายทางและระยะทางเดินเรือ
  • ตารางเดินเรือ (Sailing Schedule) ของแต่ละสายเรือ
  • ความหนาแน่นของท่าเรือ หรือ Port Congestion
  • การเปลี่ยนเรือระหว่างทาง (Transshipment)
  • สภาพอากาศและฤดูกาลเดินเรือ
  • ขั้นตอนพิธีการศุลกากรทั้งต้นทางและปลายทาง
  • ประเภทและขนาดของตู้สินค้าที่ใช้
  • ช่วงเทศกาลหรือ Peak Season ที่มีความต้องการระวางสูง
  • วางแผนส่งออกทางเรือ ต้องรู้อะไรบ้าง

Transit Time

การวางแผนส่งออกทางเรือ ต้องรู้อะไรบ้างเป็นคำถามที่ผู้ส่งออกมือใหม่มักสงสัย โดยหลักการสำคัญมีดังนี้

เผื่อเวลาในการผลิตสินค้าให้เพียงพอ ก่อนถึงกำหนดวันเรือออก
  • เตรียมเอกสารศุลกากรและเอกสารการค้าให้ครบถ้วนล่วงหน้า
  • ตรวจสอบตารางเรือและรอบเดินเรือของสายเรือที่จะใช้บริการ
  • เลือก Freight Forwarder ที่มีความเชี่ยวชาญในเส้นทางที่ต้องการ
  • วาง Buffer Time สำรองไว้สำหรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง

การวางแผนล่วงหน้าตามหลักการเหล่านี้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากความล่าช้าที่กระทบต่อกำหนดส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าปลายทาง
การเข้าใจ ระยะเวลาขนส่งทางเรือ อย่างถูกต้องช่วยให้ธุรกิจวางแผนการผลิตและการส่งมอบสินค้าได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงในการส่งมอบล่าช้า และช่วยบริหารต้นทุน Supply Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก Transit Time ของแต่ละเส้นทางมีความแตกต่างกันตามหลายปัจจัย ผู้ประกอบการที่ต้องการประเมินระยะเวลาขนส่งที่เหมาะสมกับสินค้าและเส้นทางของตนเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เพื่อวางแผนการขนส่งทางทะเลได้อย่างมั่นใจ

วางแผนระยะเวลาขนส่งทางเรือให้แม่นยำ กับผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ตัวเลข Transit Time ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงค่าประมาณ ความล่าช้าจาก Port Congestion การเปลี่ยนเรือ หรือช่วง Peak Season ล้วนเป็นตัวแปรที่ธุรกิจควบคุมเองไม่ได้ แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือการวางแผนล่วงหน้าร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจเส้นทางและมีข้อมูลจริงในมือ

HANKYU HANSHIN EXPRESS (THAILAND) คือ Freight Forwarder ที่มีประสบการณ์ด้าน International Logistics ครอบคลุมทั้งการขนส่งทางเรือและทางอากาศ พร้อมช่วยประเมิน Transit Time ที่เหมาะกับเส้นทางและประเภทสินค้าของแต่ละธุรกิจ ตั้งแต่การเลือกสายเรือ การจัดตารางเดินเรือ ไปจนถึงการบริหาร Buffer Time เพื่อลดความเสี่ยงจากความล่าช้าที่ส่งผลต่อกำหนดส่งมอบ

หากธุรกิจของคุณกำลังวางแผนส่งออกและต้องการข้อมูลระยะเวลาขนส่งที่แม่นยำสำหรับเส้นทางที่ต้องการ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน คือจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ Supply Chain เดินหน้าได้อย่างมั่นใจ

hankyu

สามารถติดต่อสอบถามหรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Tel: 02 126 8500
Website: HANKYU HANSHIN

ขอใบเสนอราคา

แบบฟอร์มสำหรับ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น !

แชร์บทความ หรือข่าวสาร

Facebook
Line
Mail

บทความที่เกี่ยวข้อง