เมื่อความเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเป็น 100%
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) ได้ยกระดับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ EU ETS 2026 (European Union Emissions Trading System) ซึ่งถือเป็น “ภาษีคาร์บอนยุโรป” ทางอ้อมที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการโลจิสติกส์และผู้ส่งออกจากประเทศนอกสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศไทย
การปรับมาตรการในปี 2026 ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากความเข้มงวดในการควบคุมและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ หรือเรียกได้ว่า “เพิ่มความเข้มงวดเป็น 100%” ผู้ส่งออกที่ยังไม่เตรียมตัว อาจต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
EU ETS 2026 คืออะไร และเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกไทยอย่างไร
EU ETS 2026 คือระบบกำหนดราคาคาร์บอนที่บังคับให้ภาคธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยครอบคลุมถึงภาคการขนส่งและโลจิสติกส์มากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งทางเรือและการขนส่งระหว่างประเทศ
EU ETS มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมที่มีมลพิษสูง ซึ่งออกแบบมาให้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงระบบในปี 2026 จะทำให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากภาษีที่ใช้สำหรับก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งและการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย
สำหรับผู้ส่งออกไทย แม้จะไม่ได้ตั้งอยู่ในยุโรปโดยตรง แต่หากสินค้าเข้าสู่ตลาด EU ก็จะถูกพิจารณาคาร์บอนฟุตพรินต์จากกระบวนการขนส่ง การจัดเก็บ และการบริหารโลจิสติกส์ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ที่ปล่อยคาร์บอนสูง จะกลายเป็นต้นทุนทางภาษีทันที

ภาษีคาร์บอนยุโรป: ความท้าทายใหม่ของธุรกิจโลจิสติกส์
มาตรการ ภาษีคาร์บอนยุโรป ไม่ได้มุ่งแค่การเก็บภาษี แต่มีเป้าหมายหลักคือการผลักดันให้เกิด การลดก๊าซเรือนกระจกในโลจิสติกส์ อย่างเป็นรูปธรรม ผู้ประกอบการจำเป็นต้อง:
- วัดและรายงานการปล่อยคาร์บอนอย่างโปร่งใส
- เลือกใช้เส้นทางและรูปแบบการขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ
- ปรับปรุงคลังสินค้าและกระบวนการจัดการสินค้าให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หากยังใช้รูปแบบโลจิสติกส์เดิม ๆ ที่ไม่คำนึงถึงคาร์บอน อาจเสียเปรียบคู่แข่งที่ปรับตัวได้เร็วกว่า
การนำแนวทางการดำเนินการที่ยั่งยืนไปใช้ในโลจิสติกส์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเลือกผู้ให้บริการที่มีความรู้ด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการเช่น บริษัท มิตซุย-โซโค (ประเทศไทย) จำกัด จะช่วยสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบโลจิสติกส์ของธุรกิจคุณ
บทบาทของบริษัท มิตซุย-โซโค (ประเทศไทย) ในการจัดการภาษีคาร์บอนยุโรป
บริษัท มิตซุย-โซโค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้นำด้านโซลูชันโลจิสติกส์ครบวงจรจากญี่ปุ่น ที่มีประสบการณ์ในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การดำเนินงานในการขนส่งระหว่างประเทศ และบริการคลังสินค้าที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน รองรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล
บริการของมิตซุย-โซโคช่วยผู้ส่งออกไทยรับมือกับ EU ETS 2026 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น:
- การบริหารจัดการคลังสินค้าอย่างเป็นระบบ ลดการใช้พลังงาน
- การวางแผนโลจิสติกส์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การสนับสนุนข้อมูลด้านโลจิสติกส์เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของยุโรป
การมีพันธมิตรที่เข้าใจทั้งโลจิสติกส์และข้อกำหนดด้านคาร์บอน จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยแข่งขันในตลาดยุโรปได้อย่างมั่นใจ

วิธีการปรับตัวในระบบ EU ETS 2026
เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการให้บริการในระบบ EU ETS 2026 ผู้ประกอบการต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ เช่น:
1. การวางแผนโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ : สามารถใช้บริการจากบริษัท มิตซุย-โซโค ที่สามารถช่วยในการเลือกเส้นทางการขนส่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2. การใช้เทคโนโลยีที่รักษาสิ่งแวดล้อม : การใช้ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงาน หรือการใช้ระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง จะช่วยให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
3. การอบรมพนักงาน : การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการที่ยั่งยืน จะช่วยสร้างสถานการณ์ที่เอื้อต่อการลดการปล่อยก๊าซ
การดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ส่งออกไทยสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ของ EU ETS 2026 ได้ แต่ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของบริษัท และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอีกด้วย
EU ETS 2026 และ ภาษีคาร์บอนยุโรป ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปสำหรับผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในภาคโลจิสติกส์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเลือกใช้โซลูชันโลจิสติกส์ที่ช่วย ลดก๊าซเรือนกระจกในโลจิสติกส์ จะไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุน แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ธุรกิจที่ยั่งยืนในสายตาคู่ค้าในยุโรป

บริษัท มิตซุย-โซโค (ประเทศไทย) จำกัด ให้บริการคลังสินค้าครบวงจรและพร้อมให้คำปรึกษาและบริการคลัง ช่วยให้ธุรกิจไทยเริ่มต้นปีใหม่อย่างฉลาดและคุ้มค่า และเรายังเป็นผู้ให้บริการที่มีระบบ Full Service ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการบริหารความเสี่ยงในโลกธุรกิจยุคใหม่อย่างแท้จริง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร. : 02-715-6590
Website : MITSUI-SOKO (THAILAND) CO., LTD.
Website Profile: บริษัท มิตซุย-โซโค (ประเทศไทย) จำกัด



