ทำงานทุกวัน แต่ร่างกายพังแบบไม่รู้ตัว
พนักงานในสายการผลิตส่วนใหญ่ ทำงาน โดยใช้ท่าทางซ้ำ ๆ ในตำแหน่งเดิมวันละหลายชั่วโมง แบบไม่รู้ว่ากำลังสะสมความเสียหายต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อทีละน้อย กว่าจะรู้ตัวก็เริ่มปวดคอ ปวดไหล่ หรือมือชาจนกระทบต่อการทำงาน ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่มาจากสภาพแวดล้อมและ Workstation ที่ไม่ได้ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์
Office Syndrome ในสายการผลิตคืออะไร
แม้ชื่อจะฟังดูเป็นโรคของคนนั่งโต๊ะ แต่ Office Syndrome คืออาการบาดเจ็บสะสมจากท่าทางที่ไม่เหมาะสมซ้ำๆ ซึ่งพบได้ทั่วไปในสายการผลิตเช่นกัน อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- ปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มหรือเอียงคอนาน
- ปวดหลังล่างจากท่านั่งหรือยืนผิดท่า
- มือชาหรือปวดข้อมือจากการหยิบจับซ้ำ (Carpal Tunnel)
- ปวดเข่าและเท้าจากการยืนบนพื้นแข็งโดยไม่มีที่รองรับ

หลักการ Ergonomics ที่ควรรู้ก่อนออกแบบ Workstation
1. ระดับความสูงที่เหมาะสม
โต๊ะและพื้นผิวควรอยู่ระดับข้อศอก เพื่อช่วยลดแรงกดที่ไหล่และคอ และทำให้แขนขยับได้อย่างเป็นธรรมชาติ
2. ระยะเอื้อมที่ปลอดภัย
อุปกรณ์ที่ใช้งานบ่อยควรอยู่ในระยะเอื้อมสบาย ไม่เกิน 40 ซม. จากลำตัว เพื่อป้องกันการยืดแขนซ้ำ ๆ
3. ท่าทางการทำงาน
ควรนั่งหลังตรง ข้อมือไม่บิดงอ และหลีกเลี่ยงการกางแขนเกิน 15 องศา เพื่อลดความเมื่อยล้า
วิธีออกแบบ Workstation ให้เหมาะสมตามหลักอาชีวอนามัย
- ประเมินท่าทางการทำงานปัจจุบัน ก่อนปรับ ต้องรู้ก่อนว่าพนักงานทำอะไรซ้ำๆ บ้าง ใช้การสังเกตหรือเครื่องมือ RULA/REBA ประเมินความเสี่ยงท่าทางในแต่ละจุดงาน
- จัดระยะและความสูงอุปกรณ์ให้ตรงกับสรีระ ปรับโต๊ะ ชั้นวาง และจิ๊กให้อยู่ในระดับที่ไม่ต้องก้มหรือเงยเกินจำเป็น ลดแรงกดบนกระดูกสันหลังและไหล่
- จัดวางชิ้นส่วนตามความถี่การใช้งาน ชิ้นส่วนที่ใช้บ่อยที่สุดควรอยู่ใกล้มือที่สุด ลดการเอื้อม บิดตัว หรือก้มซ้ำๆ ที่สะสมเป็นการบาดเจ็บในระยะยาว
- เพิ่มอุปกรณ์ Ergonomics รองรับร่างกาย เลือกใช้แผ่นรองยืน เก้าอี้ปรับระดับได้ ที่วางข้อมือ หรือเครื่องมือที่มีด้ามจับตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อลดแรงกดสะสม
- วางแผนการหมุนเวียนงานและพัก แม้ Workstation จะดีแค่ไหน การทำท่าเดิมนานเกินไปก็ยังเสี่ยง ควรจัดให้มีการ
ตัวอย่างอุปกรณ์ Ergonomics ที่ใช้ได้จริงในโรงงาน
อุปกรณ์ที่ช่วยได้มากในสายการผลิตมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะงานในแต่ละสถานี แผ่นรองยืน Anti-Fatigue เหมาะกับสถานีที่ต้องยืนทำงานต่อเนื่อง เพราะช่วยลดแรงกระแทกที่เท้าและเข่าได้อย่างเห็นได้ชัด เก้าอี้ปรับระดับได้รองรับทั้งการนั่งและนั่งกึ่งยืน ลดแรงกดบนกระดูกสันหลังส่วนล่าง
ส่วนเครื่องมือที่มีด้ามจับแบบ Ergonomic ช่วยให้ข้อมืออยู่ในตำแหน่งเป็นกลางขณะใช้งาน ลดการงอข้อมือซ้ำๆ ที่นำไปสู่อาการ Carpal Tunnel และชั้นวางปรับระดับได้ช่วยจัดชิ้นส่วนให้อยู่ในระดับที่พอดีมือ ไม่ต้องก้มหรือยกแขนสูงเกินจำเป็น

สรุปปัญหาที่พบบ่อยและวิธีปรับปรุง Workstation
อาการปวดคอ บ่า และไหล่ มักเกิดจากโต๊ะที่สูงหรือต่ำเกินสรีระ แก้ได้ด้วยการปรับระดับโต๊ะให้อยู่ตรงระดับข้อศอก ส่วนอาการปวดหลังล่างมักมาจากการยืนหรือนั่งผิดท่าโดยไม่มีอุปกรณ์รองรับ ควรแก้ด้วยเก้าอี้ปรับระดับร่วมกับแผ่นรองยืน อาการมือชาหรือปวดข้อมือมักเกี่ยวข้องกับเครื่องมือที่ด้ามจับไม่เหมาะสม การเปลี่ยนเป็นเครื่องมือแบบ Ergonomic ช่วยได้โดยตรง
อาการปวดเข่าและเท้าล้าเกิดจากการยืนบนพื้นแข็งนาน แก้ด้วยการติดตั้งแผ่น Anti-Fatigue ที่สถานีงาน และสุดท้ายหากพนักงานมีอาการเมื่อยล้าสะสมจนประสิทธิภาพลด มักเกิดจากการไม่มีการหมุนเวียนงานหรือพักเพียงพอ ซึ่งแก้ได้ด้วยการวาง Job Rotation และกำหนดช่วงพักยืดเส้นอย่างสม่ำเสมอ
การออกแบบ Workstation ตามหลักสรีรศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องลงทุนสูงเสมอไป แต่คือการจัดสภาพแวดล้อมให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่บาดเจ็บสะสม ผลที่ได้คือทั้งความปลอดภัยในการทำงาน สุขภาพที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพแรงงานที่เพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน

บริษัท ครีฟอร์ม ยาซากิ ประเทศไทย จำกัด คือผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชัน Lean Manufacturing และการออกแบบ Workstation ที่เข้าใจโรงงานไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่จำหน่ายอุปกรณ์ Ergonomics แต่ช่วยประเมินสภาพแวดล้อมการทำงานและออกแบบสถานีงานให้เหมาะกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของพนักงานในไลน์ผลิตของคุณโดยเฉพาะ
"ถ้าคุณกำลังมองหาแนวทางลด Office Syndrome และเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานในสายการผลิต ทีมงาน ครีฟอร์ม ยาซากิ ประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินหน้างานฟรี"
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Tel: 0-2516-4812
Email: [email protected]
Website: CREFORM YAZAKI (THAILAND) CO., LTD.
Website Profile: บริษัท ครีฟอร์ม ยาซากิ ประเทศไทย จำกัด






