ค้นหา
อยู่ไทยเกิน 180 วันด้วย DTV Visa ต้องเสียภาษีไหม? เจาะลึกกฎหมายภาษีที่ Remote Worker ต้องรู้

อยู่ไทยเกิน 180 วันด้วย DTV Visa ต้องเสียภาษีไหม? เจาะลึกกฎหมายภาษีที่ Remote Worker ต้องรู้

ผู้เขียนบทความ : At Once
By : At Once
Destination Thailand Visa (DTV) กลายเป็นวีซ่าแห่งยุคที่เปิดโอกาสให้สาย Remote Worker, Digital Nomad และ Freelancer ต่างชาติเข้ามาพำนักและทำงานในประเทศไทยได้ยาวนานถึง 5 ปี โดยให้สิทธิ์การพำนักสูงสุด 180 วันต่อครั้ง (และขอขยายเวลาในประเทศได้อีก 180 วัน)

แต่คำถามสำคัญที่ตามมา และกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่ชาวต่างชาติก็คือ "หากอาศัยอยู่ในไทยเกิน 180 วันในหนึ่งปีภาษีด้วย DTV Visa จะต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับสรรพากรไทยหรือไม่?"

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเกณฑ์ Tax Resident (ผู้อยู่ในประเทศไทย) และคำสั่งกรมสรรพากรฉบับใหม่ เพื่อให้คุณวางแผนการเงินและภาษีข้ามชาติได้อย่างถูกต้อง สบายใจ ไร้ปัญหาตามหลังครับ
DTV-visa-timeline

กฎเหล็ก 180 วัน: คุณคือ "Tax Resident" ของไทยแล้วหรือยัง?

ตามประมวลรัษฎากรของประเทศไทย การชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้จากต่างประเทศ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ประเภทวีซ่า" แต่ขึ้นอยู่กับ "ระยะเวลาการอยู่อาศัยจริง" ในแต่ละปีภาษี (1 มกราคม - 31 ธันวาคม)
  • พำนักในไทยไม่ถึง 180 วัน/ปี: คุณถือเป็น Non-Tax Resident เสียภาษีเฉพาะเงินได้ที่เกิดจากแหล่งในประเทศไทยเท่านั้น (รายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาจะไม่ถูกคิดภาษี)
  • พำนักในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป/ปี: คุณจะถือเป็น Tax Resident (ผู้อยู่ในประเทศไทย) ทันที! ซึ่ง DTV Visa เปิดโอกาสให้อยู่ได้รวมกันถึง 360 วันต่อปี ดังนั้น ผู้ถือ DTV Visa จำนวนมากจึงตกอยู่ในเกณฑ์ Tax Resident โดยไม่รู้ตัว
กฎหมายไทย

กฎหมายภาษีเงินได้ต่างประเทศใหม่ (ป. 161/2566 & ป. 162/2566)


ย้อนกลับไปในอดีต หากเป็น Tax Resident และมีรายได้จากต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีก็ต่อเมื่อ "นำเงินนั้นเข้าประเทศไทยในปีเดียวกันกับที่เกิดรายได้" หากเว้นไปนำเข้าในปีถัดไปจะได้รับการยกเว้น

แต่กฎหมายใหม่ที่บังคับใช้แล้วกำหนดไว้ว่า:

"หากคุณเป็น Tax Resident (อยู่ไทย ≥ 180 วัน) เมื่อใดก็ตามที่คุณ โอนเงินหรือนำเงินรายได้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย (ไม่ว่าจะผ่านการโอนเงินผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต/เดบิตต่างประเทศ) รายได้ก้อนนั้นจะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย โดยไม่สนใจว่ารายได้นั้นจะเกิดขึ้นในปีใด"

ความร่วมมือระหว่างประเทศ

อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ช่วยคุณจากการเสียภาษี 2 เด้งได้อย่างไร?

ข่าวดีก็คือ ประเทศไทยมี อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Double Tax Agreement - DTA) ร่วมกับมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก (เช่น สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น)

หากประเทศต้นทางของคุณมี DTA กับไทย คุณจะไม่ถูกเก็บภาษีซ้ำซ้อนอย่างอยุติธรรม โดยหลักการทำงานของ DTA มักจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้:
Tax Credit (เครดิตภาษี): หากคุณจ่ายภาษีที่ประเทศต้นทางไปแล้ว สามารถนำจำนวนภาษีที่จ่ายไปมาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายในไทยได้
Exemption (การยกเว้นภาษี): กำหนดสิทธิ์อย่างชัดเจนว่าประเทศใดมีสิทธิ์เก็บภาษีจากรายได้ประเภทนั้นๆ เพียงประเทศเดียว

ตารางสรุป: ภาระภาษีของผู้ถือ DTV Visa ตามระยะเวลาพำนัก


ตารางเปรียบเทียบสถานะของการพำนักในไทย

3 ข้อแนะนำการวางแผนภาษีสำหรับผู้ถือ DTV Visa


1. นับจำนวนวันอย่างเคร่งครัด: หากต้องการหลีกเลี่ยงการเป็น Tax Resident ควรวางแผนการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ให้จำนวนวันรวมกันใน 1 ปี calendar ไม่เกิน 179 วัน
2. แยกบัญชีและบันทึกหลักฐาน: หากจำเป็นต้องโอนเงินเข้าไทย ควรมีการจัดทำเอกสารและหลักฐานการเสียภาษีจากประเทศต้นทางไว้ให้พร้อม เพื่อนำมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนตาม DTA
3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีข้ามชาติ: โครงสร้างภาษีของแต่ละบุคคล (เช่น พนักงานประจำ Remote vs. ฟรีแลนซ์ vs. นักลงทุน) มีรายละเอียดที่ต่างกัน การให้สำนักงานบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีช่วยวางแผนแต่เนิ่นๆ จะประหยัดกว่าการถูกเบี้ยปรับย้อนหลัง
ชาวต่างชาติอยู่ในไทยอย่างสบายใจ

วางแผนภาษีให้ถูกกฎหมาย พำนักในไทยได้อย่างสบายใจ

เรื่องภาษีข้ามชาติ (Cross-border Taxation) ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากคุณมีการวางแผนโครงสร้างรายได้และการโอนเงินอย่างถูกต้อง
หากคุณคือ ผู้ถือ DTV Visa ที่ต้องการที่ปรึกษาด้านภาษี หรือเป็น สำนักงานกฎหมาย/สำนักงานบัญชี (Tax & Legal Advisory) ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติ...

เข้ามาค้นหาและสร้างเครือข่ายพาร์ทเนอร์ B2B ได้ที่ At-once  แพลตฟอร์มรวบรวมบริษัทบริการ B2B ชั้นนำของไทย ที่ช่วยเชื่อมโยงธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ภาษี และบริการ Relocation เข้าด้วยกันอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ!

แชร์บทความ หรือข่าวสาร

Facebook
Line
Mail