รถกระเช้าเป็นอุปกรณ์สำคัญในงานก่อสร้าง งานติดตั้ง งานซ่อมบำรุง และงานอุตสาหกรรมที่ต้องทำงานในที่สูง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องจักรที่มีความเสี่ยงสูง หากใช้งานไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นไปตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน บทความนี้จะพาผู้ควบคุมงาน วิศวกร และเจ้าของกิจการ มาทำความเข้าใจ กฎหมายความปลอดภัยในการใช้รถกระเช้า ที่ควรรู้ในปี 2026 เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
ทำไม “รถกระเช้า” ถึงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายความปลอดภัย?
จากสถิติอุบัติเหตุในการทำงาน พบว่าอุบัติเหตุจากการทำงานที่สูงยังคงเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต กฎหมายจึงกำหนดให้รถกระเช้าเป็นเครื่องจักรที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ ทั้งในด้าน
- การตรวจสอบสภาพ
- ผู้ควบคุมและผู้ใช้งาน
- มาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
ผู้ควบคุมงานจึงมีหน้าที่สำคัญในการดูแลให้การใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับรถกระเช้า (อัปเดต 2026)
แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ แต่หลักสำคัญที่ยังคงใช้เหมือนเดิม ได้แก่
1. รถกระเช้าต้องผ่านการตรวจสอบและมีใบรับรอง
รถกระเช้าทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบตามกฎหมาย และมี ใบเซอร์รถกระเช้า หรือเอกสารรับรองความปลอดภัยจากผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาต เพื่อยืนยันว่าเครื่องจักรพร้อมใช้งานและไม่เป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
หากไม่มีใบเซอร์หรือใช้เอกสารหมดอายุ ผู้ควบคุมงานอาจมีความผิดตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายความปลอดภัย
2. ผู้ใช้งานต้องผ่านการอบรม
กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ควบคุมหรือใช้งานรถกระเช้าต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานที่สูง การรับน้ำหนัก และการรับมือเหตุฉุกเฉิน
3. ต้องมีแผนความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน
ก่อนเริ่มใช้งานรถกระเช้า ผู้ควบคุมงานต้องประเมินความเสี่ยง เช่น
- สภาพพื้นที่
- ความแข็งแรงของพื้น
- สภาพอากาศ
- สิ่งกีดขวางและสายไฟ
ทั้งหมดนี้เป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน และเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานให้ความสำคัญมากในปี 2026
รถกระเช้าต้องตรวจสอบกี่ครั้งต่อปี?
โดยทั่วไปต้องตรวจสอบตามรอบที่กฎหมายกำหนด และตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง หากใช้งานหนักหรือในสภาพแวดล้อมเสี่ยง ควรตรวจถี่ขึ้น

ใบรับรองรถกระเช้าจำเป็นแค่ไหน?
จำเป็นมาก เพราะเป็นเอกสารยืนยันว่ารถกระเช้าผ่านการทดสอบและปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุ ใบรับรองคือหลักฐานสำคัญทางกฎหมาย
ผู้ควบคุมงานต้องรู้อะไรบ้าง?
- รถกระเช้าต้องถูกต้องตามกฎหมายและมีรับรอง
- ผู้ใช้งานต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน
- ต้องมีการวางแผนและประเมินความเสี่ยงก่อนใช้งาน
- เลือกใช้รถกระเช้าจากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้
การใส่ใจเรื่องกฎหมายและความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ป้องกันอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกโครงการในระยะยาว
การใช้งานรถกระเช้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน เป็นหน้าที่สำคัญของผู้ควบคุมงานในทุกโครงการ โดยเฉพาะในปี 2026 ที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รถกระเช้าต้องผ่านการตรวจสอบ มีรับรองรถกระเช้าที่ถูกต้อง ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรม และมีการวางแผนความปลอดภัยก่อนเริ่มงานทุกครั้ง การเลือกใช้รถกระเช้าจากผู้ให้บริการที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งด้านอุบัติเหตุและกฎหมาย พร้อมสร้างความมั่นใจให้การทำงานในที่สูงเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนในระยะยาว
การเลือกใช้รถกระเช้าที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก ปัจจุบันหลายองค์กรเลือกใช้บริการเช่ามากกว่าซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรได้รับการดูแลและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
หนึ่งในผู้ให้บริการที่ได้รับความไว้วางใจคือ บริษัท เร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการเช่าเครื่องจักรงานก่อสร้างกว่า มากกว่า 5,000 ชิ้น ที่สำคัญ บริษัทเรา ยังเป็น บริษัทที่มีเครื่องทดสอบอุปกรณ์ยก เพื่อยืนยันความปลอดภัยในการใช้งานจริง ช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างปลอดภัย รวดเร็ว และใส่ใจสิ่งแวดล้อม แค่เช่าอุปกรณ์กับ เร้นท์ (ประเทศไทย) คุณก็มั่นใจได้ทั้งคุณภาพและบริการครบวงจร

บริษัท เร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาที่ให้บริการทั่วประเทศ ติดต่อสาขาใกล้คุณ ให้เราช่วยดูแลธุรกิจคุณอย่างมืออาชีพ เรามีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเช่าระบบและโซลูชันครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ และใกล้ชิดธุรกิจของคุณมากที่สุด
เลือกสาขาที่ใกล้คุณ แล้วติดต่อทีมงาน Rent เราพร้อมให้คำปรึกษาและบริการครบวงจรสำหรับทุกความต้องการของท่าน
1. สำนักงานใหญ่ (กรุงเทพฯ) ศูนย์บริการหลัก ดูแลครอบคลุมทุกโซลูชัน พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญทุกแผนก เบอร์โทร 02-017-7200
2. สาขาชลบุรี ตอบโจทย์ธุรกิจใน EEC อย่างครอบคลุม พร้อมบริการแบบครบวงจร เบอร์โทร 033-048-248
3. สาขาบ่อวิน ใกล้นิคมฯ หลายแห่ง เดินทางสะดวก พร้อมบริการเชิงลึกสำหรับภาคอุตสาหกรรม เบอร์โทร 038-959-343
4. สาขามาบตาพุด ครอบคลุมโซนอุตสาหกรรมหนัก พร้อมทีมงานที่เข้าใจธุรกิจคุณ เบอร์โทร 033-017-791
5. สาขาสมุทรปราการ ใกล้กรุงเทพฯ และท่าเรือ ตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์และโรงงาน เบอร์โทร 02-136-7104
6. สาขาสมุทรสาคร โซนโรงงานผลิตและอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมบริการรวดเร็ว เบอร์โทร 034-861-020
7. สาขารังสิต ใกล้โซนธุรกิจ-การศึกษา เหมาะกับธุรกิจ SMEs และสตาร์ทอัพ เบอร์โทร 02-090-2623
หรือ ติดต่อเราได้ที่
Tel: 02-017-7200
Line: @rent_thailand
Facebook: https://www.facebook.com/rentalmachines/
Email: [email protected]
Website: https://rent.co.th/
Website Profile:บริษัท เร้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด






