検索

ย้ายออฟฟิศมาอยู่ไทย: คู่มือขอ LTR Visa สำหรับ Remote Worker จากบริษัท Global (ฉบับอัปเดต 2026)

ผู้เขียนบทความ : At Once
By : At Once

กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และภูเก็ต ไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์ของการพักผ่อนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น "ศูนย์กลางการทำงาน (Remote Hub)" ของเหล่าผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทชั้นนำระดับโลก

แม้ว่ารัฐบาลไทยจะเพิ่งเปิดตัววีซ่า DTV (Destination Thailand Visa) สำหรับกลุ่ม Digital Nomad ไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่สำหรับบุคลากรระดับสูงที่ทำงานให้กับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ หรือบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ วีซ่าที่ตอบโจทย์ความมั่นคง สิทธิประโยชน์ และความสะดวกสบาย คือ LTR Visa ในหมวด Work-from-Thailand Professionals ครับ

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า วีซ่าตัวนี้คืออะไร มีเงื่อนไขอย่างไร และทำไมถึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Remote Worker ระดับท็อป

ทีมงานต่างชาติประชุมระดมสมอง

LTR Visa (Work-from-Thailand Professionals) คืออะไร?

LTR Visa (Long-Term Resident Visa) เป็นวีซ่าระยะยาว 10 ปี ที่ออกโดยบีโอไอ (BOI) เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงให้มาพำนักในประเทศไทย สำหรับกลุ่ม Work-from-Thailand นั้น ออกแบบมาเพื่อ "พนักงานประจำ" ของบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานจากที่ไหนก็ได้ในโลก (Work from Anywhere) โดยที่บริษัทต้นสังกัดไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนตั้งสาขาในประเทศไทย

เช็คลิสต์

เช็กลิสต์: คุณเข้าข่ายเกณฑ์ Work-from-Thailand หรือไม่?

การจะขอวีซ่าประเภทนี้ได้ ผู้สมัครและบริษัทต้นสังกัดจะต้องผ่านเกณฑ์ที่ค่อนข้างเข้มงวด ดังนี้:

  • รายได้ส่วนบุคคล (Personal Income): ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 80,000 USD/ปี (ประมาณ 2.8 ล้านบาท) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
    (ข้อยกเว้น: หากรายได้อยู่ระหว่าง 40,000 - 80,000 USD/ปี จะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป, เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา หรือบริษัทต้นสังกัดได้รับเงินทุน Series A ขึ้นไป)

  • โปรไฟล์บริษัทต้นสังกัด (Employer Status): ต้องเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ หากเป็นบริษัทเอกชน ต้องเปิดดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีรายได้รวม ไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน USD (ประมาณ 1,750 ล้านบาท) ในช่วง 3 ปีล่าสุด

  • ประสบการณ์ทำงาน (Work Experience): มีประสบการณ์ทำงานในสายงานที่ทำอยู่อย่างน้อย 5 ปี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

  • ประกันสุขภาพ (Health Insurance): มีกรมธรรม์คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในไทยไม่น้อยกว่า 50,000 USD หรือมีเงินฝากในบัญชีอย่างน้อย 100,000 USD

สิทธิประโยชน์LTR Visa

สิทธิประโยชน์ระดับ VIP ที่เหนือกว่าวีซ่าทั่วไป

หากผ่านเกณฑ์และได้รับ LTR Visa สิ่งที่ Remote Worker จะได้รับคืออิสระและความสะดวกสบายระดับพรีเมียม:

  1. อายุวีซ่ายาวนาน 10 ปี: อนุมัติครั้งแรก 5 ปี และต่ออายุได้อีก 5 ปี (แบบ Multiple Entry เข้าออกได้ไม่จำกัด)

  2. ได้ Digital Work Permit ทันที: ทำงานให้บริษัทต่างชาติจากในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย 100%

  3. ปลดล็อกโควตาพนักงานไทย: ได้รับการยกเว้นกฎหมายที่บังคับให้จ้างพนักงานคนไทย 4 คน ต่อคนต่างชาติ 1 คน

  4. ยืดระยะการรายงานตัว: เปลี่ยนเป็นการรายงานตัวเมื่อครบ 90 วัน เป็นเพียง "ปีละ 1 ครั้ง" เท่านั้น

  5. Fast Track ที่สนามบิน: ใช้ช่องทางพิเศษ (Premium Lane) ที่สนามบินนานาชาติได้

  6. พาครอบครัวมาได้: สามารถมีผู้ติดตาม (คู่สมรสและบุตรที่อายุไม่เกิน 20 ปี) ได้สูงสุด 4 คน

ตารางเปรียบเทียบ: LTR Visa (Work-from-Thailand) Vs. DTV

หลายคนมักสับสนระหว่างวีซ่า 2 ตัวนี้ ตารางนี้จะช่วยให้เห็นความต่างอย่างชัดเจน:

ความต่างของLTR Visa กับ DTV Visa

ยกระดับบริการ ย้ายฐานเข้าไทยอย่างไร้รอยต่อ

แม้ว่าสิทธิประโยชน์ของ LTR Visa จะน่าดึงดูดมาก แต่ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร การยื่นขอการรับรองจากบีโอไอ (BOI) และการจัดการเรื่องภาษีข้ามชาติ ล้วนเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องอาศัยความแม่นยำทางกฎหมาย

หากคุณคือ ผู้บริหารต่างชาติ ที่กำลังต้องการย้ายมาพำนักระยะยาวในไทย หรือ ฝ่าย HR ขององค์กร ที่ต้องการอำนวยความสะดวกในการ Relocate ให้กับพนักงานระดับสูง การมีพาร์ทเนอร์ด้านกฎหมายและอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อถือได้คือหัวใจสำคัญ

 ประหยัดเวลาและลดข้อผิดพลาดด้านเอกสาร!

เข้ามาค้นหาพาร์ทเนอร์ B2B มืออาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่า (Visa & Immigration Agency) ได้ฟรีที่ At-once แพลตฟอร์มรวบรวมธุรกิจ B2B ชั้นนำของไทย

เพียงคลิกเดียว... การย้ายออฟฟิศมาทำงานพร้อมชมวิวตึกระฟ้าในกรุงเทพฯ ก็เป็นเรื่องง่ายและถูกต้องตามกฎหมาย 100% ครับ!

แนะนำบริษัทที่ให้บริการวีซ่า

แชร์บทความ หรือข่าวสาร

Facebook
Line
Mail