ประมาณปี พ.ศ. 2505 เศรษฐกิจในประเทศไทยเริ่มขยายตัว จึงทำให้บริษัทต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนเปิดโรงงานอุตสาหกรรมในสาขาต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นหลายบริษัท ได้เปิดโรงงานขยายฐานการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอ บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอ จึงทำให้บริษัทฯ ได้เริ่มธุรกิจการนำเข้าอะไหล่และเครื่องจักรสิ่งทอจากต่างประเทศ ซึ่งสมัยแรกๆ บริษัทฯ ถูกกีดกันการขายจากโรงงานผู้ผลิตประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาตั้งบริษัทตัวแทนเพื่อผูกขาดการขายอะไหล่ให้กับโรงงานทอผ้าและปั่นด้ายของคนญี่ปุ่นเองที่มาตั้งโรงงานในประเทศไทย รวมถึงโรงงานของคนไทย โดยจะต้องซื้อของจากบริษัทตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นที่ตั้งสาขาในประเทศไทยเท่านั้น ในช่วงแรกๆ นั้นทำให้บริษัทฯ ขายของลำบาก ไม่ได้รับความร่วมมือจากโรงงานผู้ผลิต แต่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ พร้อมกับได้รับการสนับสนุน และกำลังใจจากลูกค้าคนไทยช่วยทำให้บริษัท สร้อยปิ่น จำกัด เป็นบริษัทเจ้าเดียวในไทยที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนนำเข้าเครื่องจักรและอะไหล่เครื่องจักรทอผ้าและปั่นด้ายจากประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นบริษัทฯ ได้ขยายการนำเข้าจากโรงงานผู้ผลิตประเทศยุโรปจนทุกวันนี้
ปี พ.ศ. 2521 เมื่อเถ้าแก่นาย ซุ้ยปิน แซ่จู ได้ถึงแก่มรณภาพ ในฐานะลูกชายคุณเดชา ชูสร้อยปิ่น จึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท ชูสร้อยปิ่น จำกัด และ บริษัท สร้อยปิ่น จำกัด จนถึงขณะนี้
ประมาณปี พ.ศ. 2523 เริ่มมีวัสดุใหม่ๆ หลากหลายมาใช้งานแทนเส้นใยปอ ส่งผลให้การส่งออกเบลปอเริ่มชะลอตัวลง การสต๊อกสินค้าก็น้อยลงตาม จึงทำให้พื้นที่โกดังราษฎร์บูรณะว่างขึ้น ทางบริษัทฯ จึงเล็งเห็นว่าควรปรับพื้นที่ว่างให้เป็นประโยชน์ จึงได้เปิดธุรกิจโกดังสินค้าให้เช่าเรื่อยมา
เมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อเพิ่มความหลากหลายบริการ ให้กับลูกค้าสิ่งทอและปั่นด้ายในประเทศไทย ทางแผนกอะไหล่และเครื่องจักรสิ่งทอของบริษัท สร้อยปิ่น จำกัด ได้เปิดแผนกบริการเคลือบเรซิ่น และบริการการปรับแต่งอะไหล่เครื่องจักรสางใย ขึ้นมาทำให้เครื่องจักรของลูกค้าผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่องไม่เสียเวลานานในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรเอง
ในปี พ.ศ. 2552 แผนกอะไหล่และเครื่องจักรสิ่งทอของบริษัท สร้อยปิ่น จำกัด ได้ตั้งศูนย์บริการอัดและแปรรูปลูกยางรีดเส้นด้าย เพื่อรองรับลูกค้าภายในประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริการให้กับลูกค้าธุรกิจสิ่งทอ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ทางบริษัท ชูสร้อยปิ่น จำกัด ได้เปิดธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ภายใต้ชื่อการค้า “เฮสเทีย ลิฟวิ้ง”
และในปี พ.ศ. 2562 บริษัท สร้อยปิ่น จำกัด ได้เริ่มก่อสร้างตึกภายในบริเวณโกดังราษฎร์บูรณะ เพื่อทำธุรกิจห้องเก็บของให้เช่าสำหรับบุคคล หรือ บริษัทห้างร้าน ภายใต้ชื่อ “CH Self Storage” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกโกดังให้เช่า เพื่อรองรับการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ของสังคมคนเมืองที่มีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของได้น้อยลง